บางช่วงชีวิตของคนนี่บางครั้งก็ต้องพักบ้างเหมือนกัน
โดยธรรมชาติกายแล้วบางช่วงก็เจ็บป่วยก็ต้องดูแลรักษาทานยา หาหมอ
ทางจิตใจก็เช่นกันเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของชีวิตที่ต้องดูแลอย่างยิ่ง
และเราว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่มีแต่ไม่ค่อยพูดถึง
กล่าวคือ การดูแลรักษาเยียวยา ชีวิต
มันคืออะไร เราตอบไม่ถุกเราไม่ใช่นักวิชาการหรือผู้มีความรู้สูงๆ
แต่เรารู้ว่ามีและไม่ใช่จิตหรือวิญญาญ แต่เป็นชีวิต
เรานั่นเอง ที่ต้องคอยทนุถนอมและคอยดูแล
ในที่นี้เรากำลังจะบอกว่าบางช่วงต้องรักษาและเยียวยาด้วยตนเอง
ถึงต้องมีการพักชีวิตในความหมายเราในที่นี้
พักอย่างไร
ก็อยู่กับตัวเอง
ทบทวนสิ่งต่างๆที่เป็น
ซ่อมแซมและฟื้นฟูให้เข้าที่
ธุรกิจอาชีพที่ดำรง
ชีวิตส่วนตนที่ดำเนิน
สังคมผู้คนรอบข้าง
ธรรมชาติที่รายล้อม
กายใจจิตวิญญาณ ที่ต้องดูแลและพัฒนารักษา
หลายอย่างไม่ได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์กติกาที่เคยเป็นหรือที่ควรจะเป็นเลย
มันเป็นไปตามธรรมชาติเองที่เป็นไป
Sunday, June 20, 2010
Tuesday, June 1, 2010
new fti chiangmai
ได้รับ idea จากท่านยุทธพงศ์และท่านอาจารย์ชัยยศ สันติวงศ์
เรื่องคนรุ่นใหม่ที่จะมาต่อเชื่อมคนในยุคปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้เราไม่เคยสนใจในเรื่องเหล่านี้
คงจะเป็นเพราะไม่เคยมีลูก
และไม่สนใจในคนทำงานที่ต้องสร้างไว้
คิดแต่เพียงว่าหาใหม่คนที่มีความพร้อมก็พอแล้ว
ไม่ต้องไปมองชีวิตให้มันไปไกลมากมายนัก
ว่ากันเฉพาะตอนนี้ก็พอ
ทำวันนี้ให้มันดีๆก็ใช้แล้ว
แต่พอมีลูกออกมาได้เพียงเดือนเศษ
ชีวิตเราก็เปลี่ยน
และที่สำคัญความคิดเราก็เริ่มเปลี่ยน
เริ่มมองถึงอนาคตของลูกเรา
มองถึงอนาคตอันยาวไกลของธุรกิจ
มองถึงชีวิตของท่านผู้จัดการที่รายล้อม
คิดถึงญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดเพื่อนที่สนิทสนม
คิดถึงคนรุ่นใหม่ๆเช่น คุณโบ คุณโย คุณบอย ลูกเจ้เล็ก
คุณsmith ลูกท่านกอบชัย อาจารย์ชิญนวรย์ north chiangmai
น้องหมิง คุณ ROUGT คุณเว้ง จากข้าว สุรินทร์
น้ำฝน ตี๋ อภิชาติ ลูกพี่ชาย
มด อิ๋งอิ๋ง hud หงษ์ เลิศรสเชียงใหม่
คนพวกนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่พร้อมมูล
แต่ความสดใหม่ของชีวิตบางทีก็ยังขาด
แนวทางชีวิต
แนวคิดในการทำงาน
การดำรงอยู่ในสังคม
การที่จะให้พวกเขาเหล่านี้ไปลองถูกลองผิดเอง
เพื่อเป็นประสพการณืของชีวิตบ้างก็เป็นการดี
แต่บางเรื่องและหลายๆเรื่องก็ไม่จำเป็นให้ต้องบาดเจ็บทั้งกายและใจ
ไม่จำเป็นที่จะต้องมีแผลเป็นอันเหวอะหวะ
ให้เห็นเป็นร่องรอยของประวัติศาตร์ของชีวิตโดยไม่จำเป็นมิใช่หรือ
รุ่นก่อนที่ผิดพลาดเจ็บช้ำในรุ่นเรามันก็เพียงพอแล้ว
ไม่ต้องให้รุ่นนี้มาเสี่ยงดวงเสี่ยงภัยโดยไม่จำเป็นถ้าเลือกได้เลี่ยงได้
รักและสงสารเขาเถอะ
เพราะเขาก็ลูกหลานเราใกล้ชิดเรา
ฉนั้นจึงเป็นที่มาของ
CEO forum
CEO CLUB
หรือ พี่สอนน้อง
ด้วยจิตอาสา
เริ่มเลยนะครับท่านอาจารย์
และทุกๆท่านที่เห็นด้วย
เรื่องคนรุ่นใหม่ที่จะมาต่อเชื่อมคนในยุคปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้เราไม่เคยสนใจในเรื่องเหล่านี้
คงจะเป็นเพราะไม่เคยมีลูก
และไม่สนใจในคนทำงานที่ต้องสร้างไว้
คิดแต่เพียงว่าหาใหม่คนที่มีความพร้อมก็พอแล้ว
ไม่ต้องไปมองชีวิตให้มันไปไกลมากมายนัก
ว่ากันเฉพาะตอนนี้ก็พอ
ทำวันนี้ให้มันดีๆก็ใช้แล้ว
แต่พอมีลูกออกมาได้เพียงเดือนเศษ
ชีวิตเราก็เปลี่ยน
และที่สำคัญความคิดเราก็เริ่มเปลี่ยน
เริ่มมองถึงอนาคตของลูกเรา
มองถึงอนาคตอันยาวไกลของธุรกิจ
มองถึงชีวิตของท่านผู้จัดการที่รายล้อม
คิดถึงญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดเพื่อนที่สนิทสนม
คิดถึงคนรุ่นใหม่ๆเช่น คุณโบ คุณโย คุณบอย ลูกเจ้เล็ก
คุณsmith ลูกท่านกอบชัย อาจารย์ชิญนวรย์ north chiangmai
น้องหมิง คุณ ROUGT คุณเว้ง จากข้าว สุรินทร์
น้ำฝน ตี๋ อภิชาติ ลูกพี่ชาย
มด อิ๋งอิ๋ง hud หงษ์ เลิศรสเชียงใหม่
คนพวกนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่พร้อมมูล
แต่ความสดใหม่ของชีวิตบางทีก็ยังขาด
แนวทางชีวิต
แนวคิดในการทำงาน
การดำรงอยู่ในสังคม
การที่จะให้พวกเขาเหล่านี้ไปลองถูกลองผิดเอง
เพื่อเป็นประสพการณืของชีวิตบ้างก็เป็นการดี
แต่บางเรื่องและหลายๆเรื่องก็ไม่จำเป็นให้ต้องบาดเจ็บทั้งกายและใจ
ไม่จำเป็นที่จะต้องมีแผลเป็นอันเหวอะหวะ
ให้เห็นเป็นร่องรอยของประวัติศาตร์ของชีวิตโดยไม่จำเป็นมิใช่หรือ
รุ่นก่อนที่ผิดพลาดเจ็บช้ำในรุ่นเรามันก็เพียงพอแล้ว
ไม่ต้องให้รุ่นนี้มาเสี่ยงดวงเสี่ยงภัยโดยไม่จำเป็นถ้าเลือกได้เลี่ยงได้
รักและสงสารเขาเถอะ
เพราะเขาก็ลูกหลานเราใกล้ชิดเรา
ฉนั้นจึงเป็นที่มาของ
CEO forum
CEO CLUB
หรือ พี่สอนน้อง
ด้วยจิตอาสา
เริ่มเลยนะครับท่านอาจารย์
และทุกๆท่านที่เห็นด้วย
Subscribe to:
Posts (Atom)